Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด

คุณประโยชน์ของใบบัวบก (Asiatic Pennywort)


ใบบัวบกมีคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด

ใบบัวบกมีสรรพคุณทางยา ในการแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดอาการปวดศรีษะข้างเดียว บำรุงสมอง แก้ความดันโลหิตสูง แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ

นอกจากนี้ในการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพื่อค้นหาสารสำคัญ หรือหาสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบบัวบก พบว่า ใบบัวบกจะให้สารไกลโคไซด์ (Glycosides) หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Antioxidation) ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วยเร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้เร็ว

ผู้ที่ควรทานใบบัวบก ได้แก่
1. ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม อาทิ ผู้สูงอายุ สตรีวัยทอง
2. ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างมาก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ
3. ผู้ที่มีความเครียดสูงจากการทำงานหนัก
4. ผู้ที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง และกล้ามเนื้อโดยมีอาการฟกช้ำ และผิวหนังอักเสบ
5. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เพราะช่วยเร่งการสมานแผลให้เร็วยิ่งขึ้น

รู้ถึงประโยชน์ของใบบัวบกแล้ว ก็อย่าลืมหันมาหาทานกันได้ เพื่อสุขภาพที่ดี.

อย่าเข้าใจว่า ‘ใบบัวบก’ มีไว้ ‘แก้ช้ำใน’ อย่างเดียว เพราะสรรพคุณทางยาตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในผักใบเขียว ‘ใบบัวบก’ ยังมีอีกเพียบ อาทิ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่ ช่วยป้องกันร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย แก้ช้ำใน บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ แก้อาการเริ่มเป็นบิด ท้องร่วง เป็นยาขจัดเลือดเสีย แก้โรคผิวหนัง แก้พิษงูกัด ระดูขาว ดับพิษไข้ แก้อาเจียนเป็นเลือด และดีซ่าน เป็นต้น
บัวบก เป็นพืชปลูกง่าย มีประวัติการใช้ประโยชน์ทางยามานาน มีใช้ทั้งในตำราอายุรเวทของประเทศจีนและแพทย์แผนไทย พบมากในประเทศแถบยุโรป แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่า ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ที่ ส่วนของใบและราก

เมนูสุขภาพทำได้ไม่ยากมาให้ลอง เมนูที่ว่าคือ น้ำใบบัวบก เตรียมส่วนผสม 3 อย่างคือ
ใบบัวบก 10 กรัม, น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม และน้ำเชื่อม 15 กรัม น้ำเชื่อมจะใส่มากใส่น้อย หรือไม่ใส่ก็ตามชอบมาถึงวิธีทำ ล้างใบบัวบกให้สะอาด นำใส่เครื่องปั่นเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย แล้วปั่นจนละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมปรุงรสตามใจชอบ

บัวบก (Asiatic Pennywort)
บัวบก ชื่อพื้นเมือง บัวบก ผักหนอก ผักแว่น เตียกำเช้า บัวบกเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ขึ้นรวมกันเป็นกอติดติดเลื้อยไปตามดินเรียกว่า "ไหล" มีใบรากออกตามข้อ ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปร่างกล้ายไตหรือกลม ขอบใบหยักมีรอยเว้าลึกที่ฐานใบ ผิวใบด้านนอกเรียบ ด้านล่างมีขนสั้นๆ ก้านใบยาว ดอกเป็นช่อคล้ายร่ม ออกครั้งละ 2-3 ช่อ แต่ละดอกมีกลีบดอกสีม่วงเข้ม 5 กลีบ ผลมีเปลือกแข็งยาว 2-2.5 มิลลิเมตร สีเขียวหรือม่วง การปลูกบัวบกเป็นพืชเขตร้อน พบขึ้นทั่วไปตามที่ลุ่มแฉะ ตามคันนาและริมหนองน้ำ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเห็ด ปักชำไหล ปลูกง่าย ชอบที่ชื้นแฉะและมีแสงแดดส่องถึง
ประโยชน์ทางยา
ส่วนที่ใช้เป็นยา ทั้งต้นสด ใบและเมล้ด ช่วงเวลาที่เก็บยาเก็บตอนที่ใบสมบูรณ์เต็มที่

สรรพคุณทางยารวมทั้งต้นสามารถแก้เจ็บคอได้
ทำให้มีความสดชื่น ชุ่มคอ แก้ช้ำในก็ดีมาก สามารถแก้ความดันโลหิตสูงได้อย่างดีทีเดียว ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง เมื่อดื่มน้ำบัวบกทุกๆวันเป็นประจำเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นก็จะทราบได้ทันทีว่าความดันโลหิตลดลงอย่างน่าพิศวงโดยไม่ต้องไปรับประทานยา ทั้งยังใช้บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ รักษาบาดแผล แก้โรคปวดเมื่อย แก้โรคเรื้อน แก้กามโรค ตับอักเสบ ส่วนเมล็ดมีรสขมเย็น แก้บิด แก้ไข้ ปวดศรีษ ะ

ขนาดและวิธีใช้รักษา
- แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้บัวบกทั้งต้นสด 1 กำมือ ล้างแล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำทาบริเวณที่เป็น ผสมกับน้ำมันมะพร้าวทาวันละ 3-4 ครั้งจนหาย
- รักษาแผลเก่าแผลเป็นให้หายได้ รักษาโรคเรื้อนกวาง นำบัวบกมาดองเหล้า 7  วัน เอายามาทาผิวหนังวันละ 3 ครั้ง- ผู้ที่เป็นโรคตับ ตับโต ตับอักเสบ ใช้ต้นสด 240-550 กรัม ต้มคั้นเอาน้ำขนาดชามใหญ่ดื่มทุกวัน
 - อาการร้อนในกระหายน้ำ อ่อนเพลีย ใช้น้ำคั้นจากใบสด ทำให้เจือจาง ปรุงรสด้วยน้ำตาลใส่น้ำแข็ง ดื่มเป็นเครื่องดื่มอาการดังกล่าวจะค่อยหายไปการทดลองและวิจัยมีรายงานพอน่าเชื่อถือได้ ว่าแก้ปวดเมื่อย เจ็บหน้าอก เจ็บหลัง เอว ใช้ต้นแห้งบดเป็นผงรับประทานวันละ3-4 กรัม แบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง
แก้ตับอักเสบใช้ต้นสด 120 กรัม ผสมน้ำ 500 มิลลิลิตร นำไปต้มให้เหลือ 250 มิลลิลิตร ใส่น้ำตาลกรวดลงไป 60 กรัม ขณะที่ยังร้อน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง ตอนท้องว่างติดต่อกัน 7 วัน เป็น 1 รอบของการรักษา
นอกจากนี้ใช้ใบบัวบกรักษาแผลเรื้อรัง แผลอักเสบได้ผลดี
ประโยชน์ทางอาหาร
ส่วนที่ใช้ใบและเถา รสกรอบมัน รับประทานเป็นผัก ปรุงเป็นเครื่องดื่มได้ ใบบัวบกเอาไปรับประทานกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทยได้อย่างเอร็ดอร่อยเข้ากันได้ดีมาก เคี้ยวก๋วยเตี๋ยวผัดไทยไปพลางแกล้มด้วยใบบัวบกได้รสชาติที่ดีจริงๆหรือใช้เป็นผักแกล้มกับแกงเผ็ดทางใต้ หรือนำมาหั่นแกงกะทิกับกุ้งก็อร่อยเช่นกัน ที่นิยมกันมากคือน้ำใบบัวบกมีผู้ไปทำขายเป็นเครื่องดื่มมีกลิ่มหอมรสดี บวกกับความหวาน ความเย็นแสนจะชื่นใจ ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด มีประโยชน์คับแก้ว แต่ไม่ควรนำสีมาผสม เพราะไม่ใช่สีธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เราควรทำน้ำใบบัวบกดื่มเองจะดีกว่า ง่าย สะดวกไม่ยุ่งยากซับซ้อน

คุณค่าทางโภชนาการ
ใบบัวบก 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 44 กิโลแคลอรี
ประกอบด้วยน้ำ   86.0 กรัม
คาร์โบไฮเดรต    7.1 กรัม
โปรตีน             1.8 กรัม
ไขมัน               0.9 กรัม
กาก                  2.6 กรัม
แคลเซียม        146 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส       30 มิลลิกรัม
เหล็ก                3.9 มิลลิกรัม
วิตามินเอ         10,962 IU
วิตามินบี 1        0.24 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2        0.09 มิลลิกรัม
ไนอาซีน           0.8 มิลลิกรัม
วิตามินซี           4 มิลลิกรัม
จะเห็นว่าบัวบกเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจมาก มีสารสำคัญที่มีประโยชน์ในทางยา ทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารสูง การใช้ใบบัวบกเป็นอาหารและเป็นเครื่องดื่มจึงดีกว่าซื้อยาบำรุงกำลังดื่มเสียอีก โดยเฉพาะมีวิตามินเอสูงมาก ควรรับประทานบ่อยๆเป็นประจำ

เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย musa

ผักลืมผัวVegetable forget husband

ผักลืมผัว ชื่อวงศ์ Campanulaceae.
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lobelia begonifolia Wall
เป็นไม้น้ำ อายุสั้น พบอยู่ตามท้องนาในภาคอีสานและภาคกลาง ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ ลำต้นทอดเลื้อยเล็กน้อย ยอดชูตั้งขึ้น ใบรูปไข่ป้อม ออกตรงข้ามกัน ขอบใบหยักฟันเลื่อยห่างๆ ปลายใบแหลม ผลิดอกในช่วงฤดูฝน ดอกเล็ก ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด สีม่วงเข้ม ส่วนผลขนาดเล็ก เมื่อแก่จะแตกออกภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นท้องนา

วิธีบริโภคผักชนิดนี้เป็นที่นิยมในภาคอีสาน พบครั้งแรกที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชาวบ้านจะเก็บยอดมาล้างให้สะอาด กินกับน้ำพริก ลาบ แจ่ว ส้มตำ หรืออาหารรสจัดต่าง ๆ มีรสมันฝาดเล็กน้อย เข้ากับอาหารอีสานได้เป็นอย่างดี ที่ชื่อผักลืมผัวก็เพราะว่าภรรยากินอร่อยเพลินจนลืมเหลือถึงสามี คุณป้าท่านหนึ่งเก็บขายเป็นประจำเล่าว่า ปัจจุบันหายาก มีเฉพาะช่วงฤดูฝน และมีบางท้องนาเท่านั้น จึงไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก คาดว่าบางที่จะสูญพันธุ์ไปแล้ว

วิธีปลูกผักลืมผัว ชอบดินเหนียว มีอินทรีย์วัตถุสูงและชุ่มชื้น มีน้ำขังตื้นๆ 20-30 ซม. แสงแดดครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ซึ่งในธรรมชาติ เมื่อต้นผลิดอกออกผลจนแก่และติดเม็ดร่วงตามดิน เมื่อถึงหน้าน้ำจะงอกเติบโตต่อไป แต่ถ้าขุดต้นมาลองปลูกมักตายก่อนติดผล
*ข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อทั่วไป
Name ผักลืมผัว
ชื่อท้องถิ่นLocal Name ผักลืมผัว จักล่ะเด้อ ผักแขยง (ภาคอีสาน)
ชื่อสามัญCommon Name

ชื่อวิทยาศาสตร์
Scientific Name Lobelia begonifolia Wall.
Taxonomy
Kingdom-Plantae
Division-Magnoliophyta
Class-Magnoliopsida
Order-Campanulales
Family-Campanulaceae
Genus-Lobelia
Specific-epithet begonifolia
Variety
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ประเภทพืช พืชดอก
บรรยายลักษณะ
*ต้น: เป็นพืชล้มลุกสะเทินน้ำสะเทินบก ลำต้นจะลักษณะเหมือนไม้เลื้อยทอดยอด ลำต้นอวบน้ำ สูง 15-20 เซนติเมตร ต้นและใบเมื่อหักดูจะมีกลิ่นหอมฉุน
*ใบ:ใบเดี่ยว รูปหอก ก้านใบสั้น ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ใบออกตรงกันข้ามและตั้งฉากกับคู่ถัดไป
*ดอก:ดอกออกเป็นช่อ ที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาวมีขน กลีบดอกสีม่วงแดง โคนกลีบติดกันเป็นหลอดยาว ปลายกลีบแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งมี 2 กลีบ อีกส่วนหนึ่งมี 3 กลีบ ผลขนาดเล็ก
*นิเวศวิทยาและการกระจายพันธ์พบขึ้นในน้ำหรือที่ชื้นแฉะพบมาก
ในนาข้าว  
สถานภาพพืช 
(ตามหลัก IUCN ปี 1994)
*ไม่อยู่ในบัญชี IUCN ปี 1994
*สถานภาพพืช (ตามหลัก IUCN ปี 1994-2001 Version 3.1-2001)
*ไม่อยู่ในบัญชี IUCN ปี 1994-2001 พระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530
*ไม่อยู่ในพระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดยmusa

แตงกวามีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ


ค้นหา
แตงกวามีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพซึ่งคุณอาจยังไม่รู้......
มาดูสูตรลับความงามแบบง่ายๆจากแตงกวา ทำได้ด้วยตัวเองกัน
👉สูตรที่ 1 ป้องกันสิว ผิวชุ่มชื้น

เพียงแค่คุณเอาแตงกวาไปล้างให้สะอาด ฝานบางๆ แล้วเอาวางบนหน้าสัก 20 นาทีแล้วล้างออก หรือจะเอาแตงกวาไปปั่น แล้วเอาน้ำที่ได้มาชโลมหน้าไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ใบหน้าอ่อนนุ่ม แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ทำบ่อยๆจะป้องกันผิวหน้าแห้ง ป้องกันการเกิดสิวและสิวหัวดำ ได้ด้วย
สูตรที่ 2 โทนเนอร์ แตงกวากระชับรูขุมขน ผิวสดใส

นำแตงกวาครึ่งลูก ถั่วเฮเซลนัท 1 ช้อนโต๊ะ น้ำแร่ 1 ช้อนโต๊ะใส่ในเครื่องปั่นอาหาร นำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบางคั้นเอาแต่น้ำ ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกโทนเนอร์ส่วนที่เหลือให้นำไปแช่ตู้เย็น เก็บได้ประมาณ 3 วัน

แตงกวาอาหารของผิว      
เพราะอุดมไปด้วย วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม แตงกวาจึงทำให้ผิวกระจ่างใส เส้นผมเป็นมันเงา เล็บแข็งแรง และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อสุขภาพผิวที่ดี มาทำโทนเนอร์แตงกวากระชับรูขุมขนใช้เองดีกว่า นำแตงกวาครึ่งลูก ถั่วเฮเซลนัท 1 ช้อนโต๊ะ น้ำแร่ 1 ช้อนโต๊ะใส่ในเครื่องปั่นอาหาร นำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบางคั้นเอาแต่น้ำ ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกโทนเนอร์ส่วนที่เหลือให้นำไปแช่ตู้เย็น เก็บได้ประมาณ 3 วัน

ผิวไหม้เนื่องจากถูกแดดเผา       
บรรเทาอาการแสบผิวด้วยโลชั่นแตงกวาสูตรเย็นต่อไปนี้ดูสิ ผสมน้ำแตงกวาคั้น (เลือกลูกใหญ่ ๆ ) กับกลีเซอรีนครึ่งช้อนชา ทาบริเวณที่ถูกแดดเผา โลชั่นจะช่วยให้ผิวเย็นและเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยง ทั้งนี้เพราะแตงกวามีคุณสมบัติลดการอักเสบและคืนความชุ่มชื่นให้ผิว

แสบเคืองตาใช่ไหม?          
ถ้ามีอาการเคืองตา ตาบวมให้ใช้แตงกวาแช่เย็นหั่นเป็นแว่นวางบนตาประมาณ 10 นาที โดยให้นอนพักสายตาในห้องมืด เนื่องจากแตงกวามีวิตามินและเกลือแร่สูง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูดวงตาให้กลับสดชื่นมีชีวิตชีวา

ล้างพิษด้วยน้ำแตงกวา         
ถ้าคุณกำลังคิดจะทำดีท็อกซ์ ลองน้ำแตงกวาดูสิ เพราะมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ และสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย ด้วยรสชาติที่นุ่มนวลของแตงกวา จึงเหมาะที่จะนำมาผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น เริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยเครื่องดื่มสูตรล้างพิษ และเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าต่อไปนี้ : แตงกวา 1 ผล คั้นเอาแต่น้ำ ใส่ขิงหั่นเป็นแว่นขนาดครึ่งนิ้วลงไป ดื่มทันที
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย musa

ตะไคร้ Lemongrass

ค้นหา
ตะไคร้ (Lemongrass) ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon citratus (DC.) Staph ชื่อท้องถิ่น จะไคร (ภาคเหนือ) ไคร (ภาคใต้) คาหอม (แม่ฮ่องสอน) เชิดเกรย ,เหลอะเกรย(เขมร-สุรินทร์), ห่อวอตะโป่(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เป็นพืชล้มลุก ความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนาม ลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยเป็นจำนวนมาก ตะไคร้เป็นพืชที่สามารถนำส่วนต้นหัวไปประกอบอาหาร และจัดเป็นพืชสมุนไพรด้วย
การปลูกและขยายพันธุ์

👉ปลูกได้การปักชำต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือตอนโคนประมาณหนึ่งคืบ นำมาปักชำไว้สักหนึ่งสัปดาห์ก็จะมีรากงอกออกมา แล้วนำไปลงแปลงดินที่เตรียมไว้ หรืออาจใช้วิธีเอาโคนปักลงไปที่ดินซึ่งเตรียมไว้เลย ให้ห่างประมาณหนึ่งศอก 

ถ้าปลูกในกระถางใช้วิธีปักโคนลงในกระถางๆละ 2-3 ต้นก็ได้ แล้วหมั่นรดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตั้งไว้ให้โดนแดดตลอดวันจะทำให้โตได้เร็ว ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย เป็นพืชที่ชอบน้ำ ชอบแดด ดูแลรดน้ำเสมอและโดนแดดได้ตลอดวัน เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด เวลาจะใช้ก็ให้ตัดที่โคนสุดส่วนรากเลย แล้วถอนออกมาทั้งต้นตามต้องการ ต้องคอยตรวจดูเมื่อตะไคร้มีกอเจริญเติบโตได้เต็มที่แล้ว 

ต้องถอนทิ้งหรือแยกออกไปปลูกใหม่บ้างหรือเอาไปใช้บ้าง จำนำมาหั่นเป็นฝอยๆ ตากลมไว้ให้แห้งสนิทแล้วแพ็คเก็บไว้ใช้ได้นานๆ เพื่อให้ต้นอ่อนโตขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่แยกออกไปต้นจะเล็กและลีบลงเรื่อยๆ และบางที่ก็แคระแกร็น ต้นและกอก็จะโทรม ต้องล้างและปลูกใหม่ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นการแตกหน่อกัลนี่ทำให้การปลูกและการขยายพันธ์ได้ง่าย

ลักษณะโดยทั่วไป
โดยทั่วไปแบ่งตะไคร้ออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่
    1.ตะไคร้กอ
    2.ตะไคร้ต้น
    3.ตะไคร้หางนาค
    4.ตะไคร้น้ำ
    5.ตะไคร้หางสิงห์
    6.ตะไคร้หอม

เป็นพืชตระกูลหญ้า ตะไคร้เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่าย อาจมีทรงพุ่มสูงถึง 1 เมตร มีลำต้นที่แท้จริงประมาณ 4-7 เซนติเมตร ลำของต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบ ใบยาวแคบเส้นใบขนานกับก้านใบ ใบของตะไคร้อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่นิยมนำมาปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกกันโดยทั่วไป

สรรพคุณใช้ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น ต้มยำ และอาหารไทยหลายชนิด ให้กลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่มแก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามากๆ ช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นยาช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง น้ำมันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอื่นๆจะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจากมีกลิ่นที่แรงจึงช่วยทำให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดีมากๆ
สรรพคุณ : ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ


หัว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงไฟธาตุ แก้อาการขัดเบา ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต แก้กษัยเส้น และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้

ราก ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย

ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ แต่ถ้าเอาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใช้ดับกลิ่นคาวด้วย

เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย musa

จิงจูฉ่าย ป้องกันมะเร็ง

ค้นหา
Custom Search
ผัก จิงจูฉ่าย สรรพคุณของ 
“จิงจูฉ่าย”  เป็นผักที่ชาวจีนนิยมปลูกเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่จะเอายอดอ่อน หรือทั้งต้นทำต้มเลือดหมูกินกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมาก 

ซึ่งแพทย์จีนเชื่อว่า “จิงจูฉ่าย” เป็นยาเย็น (หยิน) เมื่อกินแล้วจะช่วยแก้ไข้ได้ บำรุงปอด ฟอกเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดี ต้นและใบมีน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วย ไลโมนีน, ซิลินีน และ สาร ไกลโคไซด์ ชื่อ อะพิอิน มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ทำให้เส้นเลือดขยายตัว 
ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารลำไส้ เมล็ด มี โซเดียมต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้เป็นโรคไต
     

ปัจจุบัน มีงานวิจัยใหม่ระบุว่า “จิงจูฉ่าย” ใช้ต้นและใบ กะพอประมาณปั่นผสมน้ำสะอาด 1-2 แก้ว ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำดื่มวันละแก้ว จะช่วยป้องกันมะเร็งได้

จิงจูฉ่าย SAGEB RUSH หรือ APIUM GRAVEOLENS L. ชื่อสามัญ CELERY อยู่ในวงศ์ ASTERACEAE เป็นไม้ล้มลุก หรือไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5-1 ฟุต รากหรือเหง้าใหญ่กระจายกว้าง แตกกิ่งก้านหนาแน่นแผ่กว้างคลุมดินคล้ายๆกับต้นบัวบก ใบรูปรีขอบจักเป็น 5 แฉก ทรงใบเหมือนใบขึ้นฉ่าย เนื้อใบหนา มีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปัจจุบัน มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ 


ปลูกได้ ในดินทั่วไป สามารถปลูกลงดินกลางแจ้งและปลูกลงกระถางตั้งในที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน เป็นพืชครัวได้ดีมาก เวลาแตกต้นและใบเยอะเก็บปรุงอาหารรับประทานมีประโยชน์ยิ่งครับ...
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดยโดย musa

ผักคราดหัวแหวน


ชื่อสมุนไพรผักคราดหัวแหวน
ค้นหา
Custom Search
ชื่ออื่นๆผักตุ้มหู(ใต้) ผักเผ็ด(เหนือ) ผักคราด หญ้าตุ้มหู
ชื่อวิทยาศาสตร์
Spilanthes acmella L. Murr.
ชื่อพ้อง ชื่อวงศ์
Compositae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขา สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หรือทอดไปตามดินเล็กน้อย แต่ปลายชูขึ้น ลำต้นกลมอวบน้ำ มีสีเขียวม่วงแดงปนเข้ม ลำต้นอ่อน มีขนปกคลุมเล็กน้อย

*ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม รูปไข่ หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขอบใบเรียบ หรือจักเป็นฟันเลื่อยแบบหยาบๆ ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร ผิวใบสากมีขน ใบกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 3-6 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ

*ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ และปลายกิ่ง เป็นกระจุกสีเหลือง ลักษณะกลม รูปไข่ ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ยาว 8 มิลลิเมตร ดอกย่อยมี 2 วง วงนอกเป็นดอกเพศเมีย วงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านดอกเรียวยาว 2.5-15 เซนติเมตร ยกตั้งทรงกลมเหมือนหัวแหวน ริ้วประดับมี 2 ชั้น รูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาวราว 6 มิลลิเมตร เกลี้ยง 

ดอกวงนอกเป็นดอกตัวเมีย มี 1 วง กลีบดอกรูปรางน้ำ ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกรูปท่อ ปลายแยกเป็น 4-5 แฉก ผลเป็นผลแห้งรูปไข่ ยาวราว 3 มิลลิเมตร มีสัน 3 สัน ปลายเว้าเป็นแอ่งเล็กน้อย รยางค์มีหนาม 1-2 อัน 
พบขึ้นทั่วไปในที่ลุ่ม ชื้นแฉะ และตามป่าละเมาะ ที่รกร้าง ที่ราบโล่งแจ้ง ใบใช้เป็นผักได้

สรรพคุณ              
ตำรายาไทย  ใช้  ดอก มีรสเผ็ด ชาลิ้น เป็นยาขับน้ำลาย 
แก้โรคในคอ รักษาแผลในปากคอ แก้ปวดฟัน(ใช้ดอกตำกับเกลืออมหรือกัดไว้บริเวณที่ปวด หรือใช้ดอกตำผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย ชุบสำลีอุดรูฟันที่ปวด) รำมะนาด แก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต 
แก้โรคติดอ่างในเด็ก แก้ปวดศีรษะ 

ใบ รสชาติหวาน ขม เอียน เบื่อเล็กน้อย ชาลิ้น ใช้เคี้ยวเป็นยาแก้วปวดฟัน ยาชา แก้พิษตามทวาร แก้ริดสีดวง แก้ผอมเหลือง แก้เด็กตัวร้อน แก้ปวดหัว 

แก้โลหิตเป็นพิษ รักษาแผล ยาผายลมเด็กแก้ท้องอืดเฟ้อ แก้สำรอกของเด็ก แก้อัมพาต ยาถ่ายสำหรับเด็ก แก้พุพอง แก้ตกเลือด แก้มึน แก้ตาฟาง แก้ฝีดาษ ต้นสด ตำผสมเหล้า หรือน้ำส้มสายชู อมแก้ฝีในคอ ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ไข้แก้ปวดฟัน  รสเผ็ดร้อน 

ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหารได้ ทั้งต้น มีรสเอียนเบื่อเล็กน้อย แก้พิษตานซาง แก้ริดสีดวง แก้ผอมเหลือง แก้เด็กตัวร้อน แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน ทั้งต้นชงดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แก้หอบไอ ระงับหอบ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ปอดบวม แก้ไอกรน ไขข้ออักเสบ ตำพอกแก้พิษปวดบวม แก้งูและสุนัขกัด 

ทั้งต้นตำผสมสุรา ชุบสำลีอม แก้ฝีในคอ แก้คออักเสบ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้คันคอ ผสมขมิ้นอ้อย และเกลือสะตุ กวาดคอเด็กแก้ตัวร้อน แก้ตับอักเสบ แก้ดีซ่าน ทั้งต้นต้มดื่ม แก้ปวดท้องหลังคลอด แก้ชอกช้ำภายในทรวงอก เจ็บปวดสีข้าง เป็นยาชาเฉพาะที่ ทั้งต้นตำพอก 

แก้พิษปวดบวม มีฤทธิ์ฆ่าตัวอ่อนยุง ใช้เบื่อปลา  น้ำต้มราก รสเอียน เบื่อเล็กน้อย เป็นยาถ่าย ใช้เป็นยาอมบ้วนปาก แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้อาการอักเสบ และเจ็บคอ  เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ แก้ปวศีรษะ แก้คัน ราก ใช้เคี้ยวแก้ปวดฟัน ผล ปรุงเป็นยาแก้ร้อนใน เมล็ด เคี้ยวแก้ปากแห้ง เป็นยาขับน้ำลาย        
ในประเทศจีน  ใช้  สกัดเป็นยาชา
องค์ประกอบทางเคมี              
ดอกและทั้งต้นมีสาร spilanthol  มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่..
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติม โดย musa

รายการบล็อกของฉัน